ทำอย่างไรสวัสดิการพนักงานจึงจะถือเป็นรายจ่ายบริษัทและ ไม่เป็นเงินได้ของพนักงาน

บริษัทส่วนใหญ่มักจะมีสวัสดิการให้แก่พนักงาน เช่น ค่าบ้านพัก ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล เบี้ยเลี้ยง ท่องเที่ยวประจำปี เพื่อเป็นแรงจูงใจและขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน  บางบริษัทอาจมีถึง ส่งพนักงานไปศึกษาต่อ หรือดูงานต่างประเทศ  ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ หากมองอีกมุมหนึ่งก็อาจเป็น  รายได้ของพนักงานได้ ซึ่งจำเป็นต้องนำมาเสียภาษี รายได้ส่วนบุคคล ดังนั้นเพื่อมิให้เป็น ภาระแก่พนักงาน และถือเป็นรายจ่ายของบริษัทได้  ควรจะต้องปฏิบัติดังนี้

  1. มีหลักการทั่วไป กล่าวคือ ทุกๆ ทราบโดยทั่วไป และได้รับสวัสดิการนั้นทั่วถึงทุกคน
  2. ต้องมีนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร อาทิ มีรายงานประชุมกรรมการ และ มีประกาศจากผู้บริหาร ประกาศให้ทราบกันทั่วไป
  3. เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ
  4. สวัสดิการนั้นต้องไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตาม มาตรา 39 แห่งประมวลรัษฏากร
  5. ต้องไม่เกี่ยวข้องกับพนักงานโดยตรง

กล่าวคือ จะเป็นค่าใช้จ่ายบริษัท และ ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน ต้อง  ไม่เกี่ยวข้องกับพนักงานโดยตรงและเป็นไปเพื่อประโยชน์บริษัท

สวัสดิการพนักงาน

 

ตัวอย่างสวัสดิการที่ถือเป็นรายจ่ายบริษัท และไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน

                     1. ค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าที่พัก ในการปฏิบัติงานนอกสำนักงานเป็นครั้งคราว ตามคำสั่งของนายจ้าง โดยไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่ประจำ

  • 2. ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ซึ่งหมายรวมถึงการช่วยค่าน้ำมัน ค่าพาหนะ และค่าทางด่วน เมื่อนำรถมาใช้ในกิจการของนายจ้าง

    3. รถรับ-ส่งพนักงาน ที่ทางบริษัทมีการกำหนดเส้นทางและจุดรับ-ส่งไว้ไว้เฉพาะ โดยที่ลูกจ้างคนใดก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้

    4. เงินค่าเดินทางซึ่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างเดินทางจากต่างถิ่นเพื่อมาเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้ มิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิมภายใน 365 วัน นับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง

  • 5.    ค่ารักษาพยาบาล

    6. ค่าเบี้ยประกันภัย ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย

    7. ค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

    8. เงินได้เท่าที่ลูกจ้างจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท สำหรับปีภาษีนั้น

    9. ค่าช่วยเหลืองานสมรส

    10. ค่าคลอดบุตร

    11. ค่าฌาปนกิจศพ ลูกจ้างที่เสียชีวิต

    12. ทุนการศึกษาแก่พนักงาน

    13. จัดฝึกอบรมพนักงาน เพื่อกิจการของนายจ้างโดยตรง

    14. ค่าสมาชิกสโมสรกีฬา หรือสโมสรเพื่อการพักผ่อน

    15. เครื่องแบบพนักงาน อันประกอบด้วย 2 ชุด เสื้อนอก 1 ตัว

    16. การจัดงานเลี้ยงในวันปีใหม่ ตามโอกาสเพื่อขนบธรรมเนียมประเพณี

    17. เงินเดือนหรือค่าจ้างที่คนประจำเรือได้รับเนื่องจากการปฏิบัติงานบนเรือไทย ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวีที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่าง

สวัสดิการที่ถือเป็นรายจ่ายบริษัทได้

 

ตัวอย่างสวัสดิการอื่น ๆ ที่ลูกจ้างต้องนำมาคำนวณรวมในการเสียภาษี

          1. ให้พนักงานกู้ยืมเงิน

2. เบี้ยขยัน

3. อยู่บ้านนายจ้างโดยไม่เสียค่าเช่า หรือนายจ้างชำระค่าห้องให้

4. บริษัทออกภาษีแทนลูกจ้าง

5. บริการอาหาร เครื่องดื่ม น้ำดื่ม ชา กาแฟ ยารักษาโรค ที่ทางบริษัทจัดไว้ให้

6. พนักงานซื้อหุ้น/แลกหุ้น

7. ช่วยค่าเล่าเรียนบุตรพนักงาน

8. การจัดกีฬาสี รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานโดยตรง

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

ป.7/2528,กค 0706/9276,มาตรา 65ตรี,คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.23/2533 มาตรา 39,มาตรา 40(1),กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2(4)ก

Verified by MonsterInsights